อนาคตการศึกษาไทยกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เมื่อเทคโนโลยี AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในห้องเรียน K-12 สร้างความแตกแยกทางความคิดระหว่างครูส่วนใหญ่ที่มองว่า AI อาจเป็นเพียงทางลัดให้นักเรียนเลี่ยงงาน กับครูบางท่านที่เล็งเห็นถึงศักยภาพอันมหาศาลในการพลิกโฉมการเรียนรู้ โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ
ผลสำรวจเผยว่า ครูส่วนใหญ่กว่า 55% ยังคงเชื่อว่า AI เป็นแค่เครื่องมือที่ช่วยให้นักเรียนทำงานน้อยลง อย่างไรก็ตาม เสียงจากครูผู้สอนพิเศษอย่าง Ellie Rodriguez ชี้ให้เห็นถึงอีกมุมหนึ่ง เธอเล่าถึงนักเรียนที่มีภาวะออทิซึมคนหนึ่งที่สามารถทำงานมอบหมายได้สำเร็จด้วยความช่วยเหลือของ AI ซึ่งปกติแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย การใช้ AI ในกรณีนี้ช่วยลดเวลาทำงานจากเป็นชั่วโมงเหลือเพียงห้านาที สะท้อนให้เห็นว่า AI สามารถเป็นผู้ช่วยที่สำคัญในการเข้าถึงการศึกษาสำหรับกลุ่มนักเรียนที่หลากหลาย
แม้จะมีข้อกังวล แต่ครูกว่า 6 ใน 10 ยอมรับว่าได้นำ AI มาใช้ในการช่วยเหลืองานของตนเอง และ 63% ของผู้ที่ใช้งานก็ระบุว่า AI ช่วยประหยัดเวลาได้ แม้จะเพียง 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือน้อยกว่านั้น คุณครู Joann Purcell ครูสอนคณิตศาสตร์และโค้ชด้านการสอน ก็พบว่า AI มีประโยชน์ในการช่วยคิดกิจกรรมพัฒนาวิชาชีพสำหรับเพื่อนครูด้วยกัน ทว่าเธอกลับไม่ใช้ AI กับนักเรียนของเธอ และมองว่า AI ยังไม่น่าเชื่อถือพอที่จะสร้างโจทย์คณิตศาสตร์
ประเด็นที่น่าจับตาคือ แม้ครูจะใช้งาน AI ในการทำงานส่วนตัวมากขึ้น แต่การใช้งาน AI ในห้องเรียนโดยนักเรียนยังไม่แพร่หลายนัก โดยครูส่วนใหญ่ยังคงระบุว่านักเรียนไม่ได้ใช้เทคโนโลยีนี้ในชั้นเรียนเลย หรือมีเพียง 2 ใน 5 เท่านั้นที่นักเรียนใช้งาน AI อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง นี่แสดงให้เห็นช่องว่างและความท้าทายในการผสาน AI เข้าสู่กระบวนการเรียนรู้หลักอย่างเต็มรูปแบบ
อนาคตของ AI ในการศึกษา K-12 อาจไม่ใช่แค่เรื่องของการให้นักเรียนทำข้อสอบ หรือเขียนรายงาน แต่เป็นการปลดล็อกศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน โดยเฉพาะผู้ที่มีความต้องการพิเศษ นอกจากนี้ ยังเห็นว่า AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยแบ่งเบาภาระงานของคุณครู เพื่อให้มีเวลาโฟกัสกับการออกแบบบทเรียนและการเข้าใจนักเรียนมากขึ้น
ดังนั้น สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อไป คือการพัฒนาระบบ AI ที่มีความน่าเชื่อถือและตอบโจทย์การเรียนรู้ที่หลากหลาย รวมถึงการอบรมครูอาจารย์ให้เข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมพร้อมให้กับการศึกษาในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างแท้จริง ซึ่งคาดว่าจะเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้นภายในปี 2026
